ตบยางสาวไทยกับภารกิจชาติ “เนชั่นลีก”โลกจะกระหึ่มเพราะพวกเธออีกครั้ง

อีกไม่กี่วัน นักตบลูกยางสาวทีมชาติไทยก็จะออกเดินทางสู่เมืองเยกาเตรินเบิร์ก จุดหมายปลายทางของการแข่งขันวอลเลย์บอล Nations League สนามแรก โดยสาวไทยจะพบกับรัสเซีย อาร์เจนติน่าและเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ สำหรับสาวไทย รู้กันทั่วหัวเห็ดเจ็ดย่านน้ำว่าปราบทุกทีมมาหมดแล้ว แต่ในการแข่งขัน ข้อมูลนี้ไม่สามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบได้เลยว่าสาวไทยเราจะทำได้อีก เพราะเราต้องไม่ลืมว่า “เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน” ถ้าหากจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ตบยางสาวไทย คำพูดที่ว่า..ทีมนี้เราชนะมาแล้ว (และเราก็ต้องชนะได้อีกแน่) ไม่ควรจะมีอยู่ในห้วงความคิด เพราะการแข่งขันทุกครั้ง การที่จะเอาชนะทีมอื่นได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ..ซ้อมมาดี ทีมเวิร์คดี เล่นเข้าขากัน เก็บทุกเม็ด ลดข้อผิดพลาด นักกีฬาอารมณ์ดีไม่มีรมณ์บ่จอย แม้จะเคยทะเลาะกับแฟนมา ก็ต้องเก็บเอาไว้ข้างใน และทำสภาพจิตใจให้​ว่างเปล่า และเติมเต็มความว่างเปล่าอันนั้นด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเก็บชัยสู่คนไทยทั้งแผ่นดิน แต่ที่ไม่ควรนำมาใช้เป็นข้ออ้างได้ก็คือ..ทีมนี้เราเคยชนะมา เราก็ควรต้องชนะได้อีก…เราต้องไม่ลืมว่าในขณะที่เรามองเห็นว่าตบยางสาวไทยเราเล่นดีขึ้นมาก มีผู้เล่นเก่งหลายคนมาเสริมทีม แต่ละคนฉายแวว ใช้เทคนิคการเล่นที่ยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน…แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องไม่ลืมว่า..ทีมอื่นเขาก็ทำเหมือนกัน เขาซ้อมหนักมาเหมือนกัน เขาเสริมทีม หาดาวรุ่งพุ่งแรงมาแทนนักกีฬาที่กำลังโบกมือลาทีมชาติ และแฟนคลับของทีมเหล่านั้นเขาก็คิดเหมือนอย่างที่แฟนคลับคนไทยคิดว่า..ทีมไทยก็ไม่น่ากลัวหรอก เขาเคยชนะมาแล้ว ทำไมจะชนะอีกไม่ได้…เพราะงั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ..รู้เขารู้เรา เขาซ้อมหนัก เราก็ต้องซ้อมให้หนักกว่า เขาเตรียมมาดี เราก็ต้องมีความพร้อมให้มากกว่า ทำการบ้านให้มากกว่า ประชุมวางแผนหาช่องทางเอาชนะให้ได้กว่าที่เคยเป็น

แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง ด้วยประสบการณ์จากการเดินทางร่วมทีมนักตบลูกยางสาวทีมชาติไทยมาหลายปี ได้มีโอกาสฟังโค้ชอ๊อต โค้ชด่วน โค้ชยะ ใช้เทคนิคการสอนถ่ายทอดให้ตบยางสาวไทย ได้ใช้ทักษะเต็มที่ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการซ้อมเตรียมทีมเพื่อเข้าแข่งขันรายการสำคัญๆก็คือการประชุมทีมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในเกมและคู่แข่งขัน หลายๆครั้งที่ผมได้ติดตามทีมไป และได้มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมทีม จะมีหลายครั้งที่สต๊าฟโค้ชจะเปิดวิดิโอดูเกมการเล่นของสาวไทยกับคู่แข่งและให้ผู้เล่นในทีมไทยประเมินผลงาน คิดและพิจารณาถึงการเล่นในนัดที่ผ่านมานั้นว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน และควรแก้ไขยังไง โค้ชจะเรียกนักกีฬาให้เสนอแนวทางการแก้ไขเกมการเล่นร่วมกัน ให้นักกีฬาเข้าใจในเกม ระบบของทีม การเสิร์ฟ การรุกทำคะแนน การสะกัดกั้น การวางตัวผู้เล่น และอีกหลายอย่างที่สต๊าฟโค้ชและตัวนักกีฬาเองได้มีส่วนร่วมในการเบรนด์สตรอม หาจุดแข็งจุดอ่อนของทีมเพื่อให้การเตรียมทีมในแต่ละครั้งประสบความสำเร็จมากที่สุด นอกจากนี้ การสร้างขวัญกำลังใจในทีม จุดประกายให้เกิดความมุ่งมั่น การทุ่มเทและพากเพียรพยายามให้ไปถึงฝั่งฝัน ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ตบยางสาวไทยประสบความสำเร็จมาตลอดเวลาที่ผ่านมาในยุคของโค้ชอ๊อต โค้ชด่วนและโค๊ชยะ สามทหารเสือแห่งวงการวอลเลย์บอลสาวไทย สิ่งเหล่านี้ก็จะค่อยๆต่อยอดมาให้กองเชียร์ลูกยางชาวไทยได้ชื่นชมอยู่เสมอ ไม่ว่าจากการที่สาวไทยเริ่มเอาชนะทีมที่เราไม่เคยชนะมาก่อนได้สำเร็จ โค้ชด่วนเข้ามารับหน้าที่หลักในการกุมบังเหียนตบยางสาวทีมชาติไทยได้ไม่นาน แต่ฝีมือดี มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดเทคนิคขั้นเทพ ทำให้สาวไทยเอาชนะทีมแกร่งหลายๆทีมมาได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในสมัยที่โค้ชด่วนทำทีม ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี (เวิร์ลดกรังปรีซ์ที่เมืองบารี ประเทศอิตาลี ปี 2016) ตุรกี (มองเทรอซ์มาสเตอร์ที่สวิสเซอร์แลนด์ปี 2016) หรือทีมบราซิล (เวิร์ลด์กรังปรีซ์ที่เซ็นได ประเทศญี่ปุ่น ปี 2017) จากความสำเร็จตรงนี้ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าโค้ชด่วนเป็นสุดยอดของโค้ชทีมตบยางสาวไทยอีกคนที่คนไทยจะไม่ลืมเฉกเช่นเดียวกับโค้ชอ๊อต ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ๆประดับวงการวอลเลย์บอลไทยมาแล้ว
ในสนามแรกที่ตบยางสาวไทยต้องไปแข่งขันที่ประเทศรัสเซียนี้ อาร์เจนติน่าน่าจะเป็นทีมที่สาวไทยเราเล่นด้วยแล้วมีคำตอบในเชิงบวกได้ทันทีว่าเราน่าจะชนะได้ไม่ยากนัก เผลอๆอาจจะสามเซ็ตรวด ยากขึ้นมาหน่อยก็น่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ ทีมอันดับ 8 ของโลกและแกร่งสุดในสายก็น่าจะเป็นรัสเซีย ทีมอันดับ 5 ของโลกที่ทั้งสูงใหญ่ บล็อคดี ตบหนัก ส่วนที่จะเอาเหตุผลว่ารัสเซียเป็นเจ้าบ้านนั้น ก็ไม่น่าจะนำมาเป็นข้ออ้างได้ หากว่าสาวไทยเกิดพลาดท่าให้กับทีมรัสเซีย ในสายนี้ผมมองว่าสาวไทยเอาชนะได้ทุกทีม หากลดข้อผิดพลาดของตัวเองได้ เก็บบอลทุกเม็ด โดยเฉพาะการรุก ต้องเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เขาตั้งรับได้และโต้กลับเร็วและแรง ซึ่งเท่าที่ผ่านมาจุดสะกัดกั้นของเรา บอลรับของเรายังไม่ค่อยดีมากนักเมื่อเทียบมาตรฐานกับยุโรป เพราะเราจะเสียเปรียบการบล๊อคสูงของทีมจากยุโรปทั้งเนเธอร์แลนด์และรัสเซียทันที แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเตรียมไปแพ้ เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าการแข่งขัน ทุกนาทีมีสิทธิ์เกมพลิก ให้เราได้มีโอกาสช่วงชิงโอกาสที่ดีกว่าในการทำคะแนน เผลอๆใครจะไปรู้ สาวไทยอาจจะโชว์ฟอร์มเยี่ยม ไล่ตบทีมจากยุโรป ล้มระเนระนาดอย่างไม่เป็นท่าก็ได้ เพราะผู้เล่นยุโรป ตัวสูงใหญ่ แต่การเคลื่อนที่เพื่อสะกัดกั้นอาจจะทำได้ไม่ดีพอ ภาวนานะ..ว่าสาวไทยที่ไปแข่งขันสนามนี้จะ “องค์ลง” ทุกคน
สนามสองที่มาเก๊า ระหว่าง 22-24 พฤษภาคม ที่นี่ตบยางสาวไทยเจอสายแข็งอีกครั้ง เพราะสาวไทยจะต้องเจอกับทีมจีน นอกจากเป็นเจ้าภาพ ที่แฟนๆเขาตามเชียร์กันล้นหลามแล้ว ยังเป็นทีมดีกรีสูงสุดของโลก เพราะเป็นแชมป์โอลิมปิก ทีมอันดับ 1 ของโลก แชมป์ World Grand Champions’ Cup และแชมป์ World Cup นอกจากนี้ก็เจอเซอร์เบียและโปแลนด์ ซึ่งทั้งสองทีมก็มีผู้เล่นสูงใหญ่ ตบหนัก บล๊อคสูง สาวไทยคงต้องทำงานหนัก เพื่อตบฝ่ากำแพงสูง ต้องรุกเร็ว และอาศัยการหยอดทำแต้ม เพราะอย่างที่รู้กัน นักกีฬาสูงใหญ่มักเก้งก้าง ไม่คล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ ซึ่งสาวไทยมีความไวเป็นทุนรอนและตีบอลแบบ “ลมเปลี่ยนทิศ” ได้อยู่บ่อยๆ น่าจะช่วยให้การเล่นกับสองทีมนี้ง่ายกว่าการเล่นกับจีน ซึ่งถึงแม้จะเป็นทีมจากเอเซียด้วยกัน แต่การอ่านเกม เทคนิค ความได้เปรียบด้านสรีระ ทักษะต่างๆ จีนอาจจะมีมากกว่าอีกสองทีม และทำให้สาวไทยเล่นกับจีนในยุคปัจจุบันได้ยากกว่ารัสเซียและโปแลนด์ด้วยซ้ำ แต่ลูกกลมๆ มีลมอยู่ข้างใน ไม่ใช่ใช้ใจเล่นอย่างเดียว สมรรถภาพร่างกาย ความฟิต ความพร้อม เทคนิคดี ก็ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง หากทีมเราพร้อมเกินร้อยแบบนี้ โอกาสที่สาวไทยจะทะลายกำแพงเมืองจีน ก็ไม่ใช่แค่ความฝันลมๆแล้งๆ เพราะในทุกเกมการแข่งขัน แพ้หรือชนะ อาจจะห่างกันแค่เสี้ยวนาทีที่เราได้ทุ่มเทไปในช่วงนั้นของการประลองกำลัง รบร้อยครั้ง แม้ไม่ชนะทั้งร้อยครั้ง แต่มันก็จะสร้างกำลังใจให้เรามุมานะต่อไป เพราะอนาคตของทีมตบยางสาวไทยเรา..ไม่ได้สร้างขึ้นมาให้ปราชัยทีมใด ทำ…..ให้เต็มที่ก่อน แม้จะพ่าย คนไทยทั้งแผ่นดินก็พร้อมจะสรรเสริญ

มาสนามที่สาม ที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก 29-31 พฤษภาคม ตบยางสาวไทยเจอทีมที่ดูเหมือนจะดวงสมพงศ์กับหัวหมากซะจริงๆคือสาธารณรัฐโดมินิกัน นอกจากนี้ก็ยังมีเยอรมันและสหรัฐอเมริกา ผมว่าเยอรมันกับสาธารณรัฐโดมินิกันนี่ สาวไทยเจอเมื่อไหร่ คนไทยเชียร์กันมันส์มากๆ เพราะมั้นมีลุ้นทุกเสี้ยวนาที คะแนนบี้กันมันส์หยดติ๋งๆเลย เพราะงั้นผมว่ามาแข่งบ้านเราด้วย สองทีมนี้น่าจะสูสีกับสาวไทย โอกาสแพ้ชนะก็น่าจะ 50-50 ผมไม่ยอมให้สาวไทย 80-20 เพราะผมคิดเสมอว่าคู่แข่งที่ได้ติดมาแข่ง Nations League ทุกทีมแกร่งหมด และเขาก็คงจะพร้อมที่จะเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุดเพื่อลุ้นไปแข่งรอบสุดท้ายที่จีนต่อไป ส่วนอีกทีมคือสหรัฐอเมริกา ชื่อเสียง รูปร่างและชั้นเชิง ผมคิดว่าเขายังเหนือกว่าสาวไทย ดีกรีแชมป์โลก แม้จะล่วงเลยมา 4 ปีแล้ว แต่การเตรียมทีมของสหรัฐอเมริกา และการที่มีดาวตบเกิดขึ้นมากมายในทีม ก็ทำให้สหรัฐอเมริกา เป็นทีมเต็งที่ทีมไหนก็ประมาทไม่ได้ ยิ่งปีนี้สหรัฐอเมริกาจะต้องไปป้องกันแชมป์โลกด้วย ก็คงจะเสริมเขี้ยวเล็บด้วยยอดนักตบอีกหลายคน และคงจะส่งทัพใหญ่มาแข่ง Nations League เพื่อหวังทำคะแนนสะสมโลกดีๆ มีโอกาสไต่ระดับขึ้นไปอีก เพื่อจะได้เอื้อต่อการได้สิทธิ์ไปแข่งขันรายการสำคัญๆอีกหลายรายการด้วย ส่วนผลงานของสหรัฐอเมริกา แม้เราจะเคยเอาชนะมาได้ในบ้านเรา เมื่อหลายปีก่อน แต่ในยุคปัจจุบัน ก็ถือได้ว่าสหรัฐอเมริกาน่าจะเป็นทีมที่ฝีไม้ลายมือนำไทยไปหลายขุมอยู่ แต่ในเมื่อมาแข่งบ้านเรา กองเชียร์ชาวไทยก็คงต้องทำงานหนัก เพื่อช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้สาวไทยสร้างปาฎิหาริย์ ตบชนะแชมป์โลกให้ได้อีกหน แม้ว่าความตั้งใจ อาจจะดูห่างไกลเหมือนข้ามสีทันดร แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ ต้องสู้ดูสักตั้ง..เท่านั้น

สนามสี่ที่โคราช ระหว่าง 5-7 มิถุนายน สนามที่ตบยางสาวไทยคว้าแชมป์เอเซียมาได้เป็นครั้งที่สองเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้เราก็มีโอกาสดีที่ได้เจอกับทีมร่วมทวีปเดียวกันถึงสองทีมคือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ คงไม่ต้องสาธยายมากสำหรับญี่ปุ่น เพราะเป็นทีมไม้เบื่อไม้เมากับสาวไทยมานาน แม้ว่าญี่ปุ่นจะสามารถเอาชนะสาวไทยเราได้มากครั้งกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นสัจธรรมว่าเราจะพ่ายเสมอไป หลายๆครั้งเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหากเราสามารถประคับประคองทีมให้อยู่เหนือความกดดัน ตั้งใจกับเกมรุกเกมรับอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ลดข้อผิดพลาดเอง เราก็น่าจะมีโอกาสเอาชนะญี่ปุ่นได้ไม่ยาก แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ญี่ปุ่นจะได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มีการสะกัดกั้นและมีเกมรับที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดทีมหนึ่งของโลกเลยทีเดียว หลายครั้งที่ผ่านมา เราพิสูจน์ได้ว่าเราเล่นกับญี่ปุ่นได้ แต่การรุกของสาวไทยต้องมีความเด็ดขาดกว่านี้และประมาทกับแต้มที่ผิดพลาดเองไม่ได้ เพราะในขณะที่ญี่ปุ่นพุ่งกายอย่างถวายชีวิตเพื่อไม่ให้เสียคะแนน แต่หลายครั้งที่สาวไทยเรากลับปล่อยให้เสียคะแนนง่ายๆ จนเป็นจุดโฟกัสให้คนเชียร์นิสัยไม่ดีบางคนนำมาจุดประกายต่อยอดด้วยการด่าทอผู้เล่นของเราที่ทำเสียคะแนน หรือเป็นจุดอ่อนของทีมในบางเสี้ยวของการแข่งขันได้ อย่างในชิงแชมป์เอเซีย นัดชิงชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว เราเก็บมาได้สองเซ็ตแรก แต่ไม่สามารถรักษาเกมและแบกความกดดันได้นาน ทำให้ญี่ปุ่นค่อยๆย้อนกลับมาโต้เอาคืนไปสามเซ็ตรวด ทำให้สาวไทยพ่ายไปอย่างน่าเสียดาย เพราะงั้นทุกครั้งที่เราแข่ง ผมเชื่อเหมือนอย่างที่กองเชียร์เชื่อและสต๊าฟโค้ชมั่นใจ..ว่าสาวไทยเอาอยู่ เพียงแค่ปิดจุดบอดของตัวเองให้ได้ เล่นด้วยกำลังใจและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ซ้อมมาก็หนักหนาสาหัส ไม่สู้ได้ไง ท้อได้แต่ต้องไม่ถอย คิดแบบขำขำ..ตัวก็เท่ากัน ทีมจากเอเซียเหมือนกัน ถ้าไม่คิดเรื่องอันดับโลก ทั้งไทยและญี่ปุ่นก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าหากตัดสินกันด้วยสายตาของกองเชียร์แบบเราๆ ญี่ปุ่นเขาทุ่มสุดตัวกับทุกคะแนนจากการแข่งขันมากกว่าเรา ส่วนเกาหลีใต้ ถ้าหากจะเทียบฟอร์มในตอนนี้ สาวไทยเราน่าจะเอาอยู่ เพราะกำลังสำคัญของเกาหลีใต้ ดูเหมือนจะมีแค่คิมคยอนยองเพียงคนเดียว หากไม่มีคิม เกาหลีใต้ก็เหมือนนกปีกหัก ที่ทำอะไรเราไม่ได้มาก ในขณะที่ทีมเรามีอาวุธลับอีกหลายคนที่จะทำลายค่ายกลเกาหลีใต้ หากสาวไทยมีทีมเวิร์คดี เกมรุกและเกมรับไม่เป็นรองใคร ลดข้อผิดพลาดจากการเล่นเสียเอง เท่านี้ การจะเอาชนะเกาหลีใต้กับการแข่งขันสนามในบ้านก็ไม่น่ายากเกินความสามารถ ส่วนตุรกี เกมรุกค่อนข้างแน่น เกมรับก็ไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่เหนือความสามารถของสาวไทยเช่นกัน เหมือนอย่างที่เคยทำได้ได้ในมองเทรอซ์ ทั้งๆที่ตอนนั้นตุรกีเป็นแชมป์เก่าของรายการ สาวไทยก็ตบชนะมาได้ในรอบรองชนะเลิศ ถือเป็นชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ แต่ทีมชั้นนำอย่างตุรกี ทีมอันดับ 12 ของโลก เดินทางมาไกลจากยุโรป ก็คงพกความั่นใจมาเกินร้อยที่จะมาเอาชนะสาวไทยคาถิ่น เพราะฉะนั้นแค่เทคนิคชั้นเชิงอาจจะไม่พอ ถ้าเสริมด้วยเสียงเชียร์จากกองเชียร์ชาวไทยล้นสนาม ก็คงพอลุ้นได้ เอานะสาวๆ ไว้ลายให้โลกรู้..สักหน่อย

สนามที่ห้า สาวไทยจะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปอิตาลี เจอแชมป์ World Grand Prix อย่างบราซิล และทีมจากยุโรปสองทีมคืออิตาลีและเบลเยี่ยม ระหว่าง 12-14 มิถุนายน อิตาลีและบราซิล เป็นอีกสองทีมที่สุดแกร่งเกินต้าน เรามักหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอว่าปีที่แล้วเราเอาชนะบราซิล แชมป์เก่าและทีมที่คว้าแชมป์ World Grand Prix มาแล้ว 11 สมัยลงได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าบราซิลยิ่งเล่นยิ่งดีขึ้น ช่วงแรกของการแข่งขัน เป็นการทดสอบผู้เล่นในทีมตน เพื่อหาสูตรสำเร็จที่ลงตัวที่สุด อาจเป๋ไปบ้าง แพ้ทีมโน้น ชนะทีมนี้ แต่ด้วยมันสมองของโค้ชเทพอย่าง Jose Roberto Guimaraes ความพ่ายแพ้ในแต่ละแม็ทช์จะเสริมสร้างประสบการณ์ให้นักกีฬา ได้มีโอกาสเห็นข้อผิดพลาดและแก้ไขข้อบกพร่อง ทำให้ทีมบราซิลแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนอิตาลี เกมรุกหนักหน่วง การสะกัดกั้นก็แน่นหนา และที่เราเอาชนะเขาได้คาถิ่น และเป็นครั้งแรกของสาวไทยที่ชนะทีมสาวมักกะโรนี มันมีเหตุผลบางอย่างที่เชื่อกันว่าน่าจะมีมูลที่สนับสนุนเหตุผลได้ว่าทำไมสาวไทยถึงเอาชนะอิตาลีได้คาถิ่นในครั้งนั้น คนที่ไปอยู่ที่ตรงนั้น ณ​ เวลานั้นจะรับรู้ได้ดี แต่ที่กล่าวเช่นนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะเหยียดฝีมือสาวไทย เพราะหากวันนั้นฟอร์มสาวไทยไม่ดีพอ ก็ยากที่จะเอาชนะอิตาลีได้ แต่วันนั้นนอกจากฝีมือแล้ว สาวไทยยังมีโชคอีกด้วย เมื่อมาประกอบกันสาวไทยเลยเอาชนะอิตาลีได้ แต่ครั้งนี้ โอกาสของสาวไทยที่จะเอาชนะอิตาลีได้อีก ต้องยอมรับว่ามีน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เพราะหากทุกคนสวมวิญญานสิงห์ โอกาสของสาวไทยก็สูงขึ้นเช่นกัน ส่วนเบลเยี่ยม สาวไทยเคยเอาชนะมาแล้ว เท่าที่ผมจำได้และอยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็คือ World Grand Prix ปี 2015 ที่ประเทศบราซิล สาวไทยตบชนะเบลเยี่ยม 3-1 แม้ว่าเราจะเคยชนะเบลเยี่ยมมาแล้ว แต่หลายปีที่ผ่านมาเบลเยี่ยมก็ได้พัฒนาทักษะ เสริมสร้างประสบการณ์ขึ้นมาจนทะยานขึ้นมาอยู่อันดับโลกที่ 13 สูงกว่าสาวไทย 3 ระดับ ส่วนที่สาวไทยจะเอาชนะเบลเยี่ยมได้อีกหรือไม่ คงต้องไปดูกันในสนาม ทีมที่พร้อมที่สุดเล่นอย่างมั่นใจที่สุดและลดข้อผิดพลาดได้มากที่สุดเท่านั้นจึงจะเป็นทีมชนะ

ถึงตอนนี้ ผมมั่นใจว่าตบยางสาวไทยเราพร้อมแล้วกับภารกิจตบเพื่อชาติ เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขัน World Grand Prix อีกแล้ว แต่เป็นการแข่งขัน Nations League ที่มีสิทธิ์แพ้หรือชนะแต่ละทีมได้เพียงครั้งเดียว นอกเสียจากว่าจะได้มีโอกาสผ่านไปเล่นรอบสุดท้าย 6 ทีมที่ประเทศจีนเท่านั้น

ลืมความคิดที่ว่า..ทีมนี้เราเคยชนะมาแล้ว และต้องชนะได้อีก เพราะโลกเปลี่ยนไป ทุกๆทีมเขาก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับทีมสาวไทยเรา …จะส่งใครไปแข่งขัน แค่เราซ้อมให้ถึง ฝึกปรือทักษะจำเป็นที่ต้องนำไปใช้ในช่วงแข่งขัน ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด รู้เขารู้เรา เตรียมทีมให้ดีที่สุด ไร้อาการบาดเจ็บก่อกวน สมาธิดี ขวัญและกำลังใจดี สต๊าฟโค้ชป้อนเทคนิคให้เต็มที่ นักกายภาพก็ใช้วิชาที่เรียนมา เกื้อหนุนให้สาวไทยมีสมรรถภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมในการลงสนาม รวมทั้งกองเชียร์ชาวไทยทั้งแผ่นดินก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ส่งเสียงเชียร์หน้าจอ ส่งกำลังใจไปให้ทุกที่ทั้งในการฝึกซ้อมและแข่งขัน …หากพร้อมขนาดนี้ ทำดีขนาดนี้แล้ว ไม่ติด 6 ทีมไปแข่งรอบสุดท้ายที่จีน ให้มันรู้ไป …

ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ใช่การวิเคราะห์ทีม แต่เป็นเพียงความคิดเห็นแค่ “แตะๆ” เท่าที่มีประสบการณ์จากการดูทุกทีมที่สาวไทยแข่งขันด้วย สังเกตและจดจำในสิ่งที่โค้ชอ๊อต โค้ชด่วนและโค้ชยะสอนและแนะนำนักกีฬาในทีม รวมทั้งการอ่านข้อคิดต่างๆจากหนังสือกีฬาและเวปไซด์วอลเลย์บอล ข้อมูลที่เขียนขึ้นมา ไม่ได้จัดว่าเป็นการคาดเดาและยังไม่ดีเด่นมากพอที่จะเป็นปรมาจารย์สอนใคร แค่อยากให้อ่านกันเล่นๆ แล้วใช้เวลาไปเตรียมซ้อมและส่งเสียงเชียร์ตบยางสาวไทยให้ลั่นสนามแข่งขันกันอีกครั้งจะดีกว่า เพราะงั้นหากเขียนผิดพลาดไปบ้าง หรือมีผู้ไม่เห็นด้วยบ้าง ก็ขอน้อมรับทุกคำติชม อย่างน้อยก็แค่อยากให้มีความคิดตรงกันว่า..ตบยางสาวไทยไปทำหน้าที่เพื่อชาติ เรากองเชียร์ทุกคนก็ต้องช่วยสนับสนุนภารกิจชาติของตบยางสาวไทยด้วยการช่วยกันเชียร์ให้กำลังใจ ไม่ว่าจะแพ้..หรือชนะ เราต้องพร้อมจะอยู่เคียงข้าง “พวกเธอ” เสมอ….
ขอบคุณข้อมูลจาก : ปรีชาชาญ วิริยานุภาพพงศ์

Facebook Comments
error: Content is protected !!